ข้อบังคับสมาคม(ฉบับปี2556) PDF พิมพ์

ข้อบังคับ
สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญ
(ฉบับปี 2556)


  หมวด  ๑
ข้อความทั่วไป

ข้อ  ๑  สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญ”เรียกและเขียนชื่อย่อในภาษาไทยว่า “ส.ป.ค.อ.ส.ช.” เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “ASSUMPTION COLLEGE’S PARENTS & TEACHERS  ASSOCIATION” โดยมีอักษรย่อ “A.C.P.T.A.”

 

ข้อ  ๒   สำนักงานตั้งอยู่ ณ โรงเรียนอัสสัมชัญ เลขที่ ๒๖  ซอยเจริญกรุง ๔๐  ถนนเจริญกรุง
แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

 

ข้อ  ๓  สมาคมนี้มีตราเป็นเครื่องหมายดังนี้คือเป็นรูปอาร์มพื้นสีแดงสลับขาว มีอักษรย่อภาษาอังกฤษตัวสีน้ำเงินว่า A.C.P.T.A. ล้อมรอบด้วยลายกนกสีทอง และมีอักษรว่า “สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญ” อยู่ระหว่างรูปอาร์มและลายกนก

 

ข้อ  ๔  สมาคมมีวัตถุประสงค์
        ๑)   ร่วมมือกับรัฐบาล องค์การ สมาคม บุคคล หรือคณะบุคคลในอันที่จะส่งเสริมให้นักเรียนที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนมีความรู้ ความประพฤติดี มีอนามัยแข็งแรง เพื่อที่จะเป็นพลเมืองดีของชาติสืบไป
        ๒)   เพื่อประสานความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ปกครองกับครู ให้เกิดความร่วมมือในอันที่จะส่งเสริมการศึกษา ศีลธรรม วัฒนธรรม และสวัสดิภาพของนักเรียน
        ๓)   เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์ระหว่างผู้ปกครองกับครูในด้านที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆของนักเรียนที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนในกิจการที่จะเกิดประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งให้คำแนะนำในการศึกษาและอาชีพในอนาคต
        ๔)   กระทำอย่างหนึ่งอย่างใดในการดำเนินการหาทุน เพื่อเป็นทุนส่งเสริมความเจริญในการศึกษาของนักเรียนและสวัสดิการของมวลสมาชิก
        ๕)   ส่งเสริมความเจริญให้แก่โรงเรียนอัสสัมชัญ
        ๖)   ส่งเสริมความสามัคคีธรรมและผดุงเกียรติของมวลสมาชิก
        ๗)   ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในระหว่างมวลสมาชิก
        ๘)   บำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ และการกุศลสาธารณะ
        ๙)   ส่งเสริมการบันเทิง การกีฬา และการพักผ่อนหย่อนใจของนักเรียน และมวลสมาชิก
        ๑๐) อุดหนุนและให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน ครู อาจารย์ ของโรงเรียนอัสสัมชัญ
        ๑๑) สนับสนุนและร่วมมือกับโรงเรียนอัสสัมชัญ นักเรียน ผู้เคยศึกษาในโรงเรียนอัสสัมชัญและบรรดาสมาคมซึ่งผู้ที่เคยศึกษาในโรงเรียนอัสสัมชัญได้จัดตั้งขึ้นในการส่งเสริม เผยแพร่ชื่อเสียงและเกียรติคุณของโรงเรียนอัสสัมชัญ

 

ข้อ  ๕  การดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสมาคมนี้จะต้องสอดคล้องกับนโยบายของโรงเรียน ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองและไม่ขัดต่อกฎหมายด้วย


หมวด  ๒
สมาชิกและสิทธิหน้าที่ของสมาชิก


ข้อ  ๖  สมาชิกของสมาคมนี้แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ
        ๑)   สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิในทางการศึกษา ผู้ที่มีอุปการะคุณ ช่วยเหลือเกื้อกูลสมาคมหรือโรงเรียนอัสสัมชัญ ซึ่งคณะกรรมการสมาคมฯ โดยเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนกรรมการสมาคมทั้งหมดได้พิจารณาเห็นสมควร ให้เชิญเข้ามาเป็นสมาชิก
        ๒)   สมาชิกสามัญ ได้แก่
            ก.  บิดามารดาของผู้ที่เป็น หรือเคยเป็นนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ
            ข.   ผู้ปกครองหรือเคยเป็นผู้ปกครองของนักเรียน   หรือของผู้เคยเป็นนักเรียน           โรงเรียนอัสสัมชัญ
            ค.   ครูหรือเคยเป็นครูโรงเรียนอัสสัมชัญ  
            ง.   ศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญ  ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว
            จ.   ในกรณีที่สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามข้อ ๑๒ ๑) ให้คู่สมรสเข้าเป็นสมาชิกแทนโดยมิต้องเสียค่าบำรุง แต่ต้องแจ้งให้ทางสมาคมฯทราบภายใน ๖๐ วันนับตั้งแต่สมาชิกถึงแก่กรรม


ข้อ  ๗  บุคคลผู้ประสงค์จะเข้าเป็นสมาชิกสามัญให้ยื่นใบสมัคร ซึ่งมีคำรับรองจากสมาชิกสามัญอย่างน้อยสองคนต่อเลขาธิการ
    เมื่อเลขาธิการสมาคมได้รับใบสมัครและตรวจสอบแล้วว่าบุคคลผู้ประสงค์จะเข้าเป็นสมาชิกมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้และไม่เป็นบุคคลที่เคยถูกลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิกของสมาคม และไม่เป็นบุคคลที่มีความประพฤติเสื่อมเสียอันเป็นที่รังเกียจของสังคม ก็ให้เลขาธิการนำเสนอให้คณะกรรมการสมาคมพิจารณา ถ้าที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมเห็นไม่สมควรรับเป็นสมาชิก เพราะเหตุใด ให้เลขาธิการแจ้งให้ผู้สมัครทราบภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการสมาคมมีมติ และถ้าผู้สมัครผู้นั้นข้องใจก็ให้ทำหนังสือคัดค้าน พร้อมทั้งชี้แจงแก้เหตุที่คณะกรรมการสมาคมยกขึ้นอ้างไม่รับเป็นสมาชิกนั้น ส่งให้คณะกรรมการสมาคมภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันรับการแจ้ง เพื่อให้คณะกรรมการสมาคมพิจารณาใหม่ ในการพิจารณาครั้งนี้ ผู้สมัครจะขอเข้าชี้แจงเพิ่มเติมด้วยวาจาในที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมด้วยก็ได้ มติของคณะกรรมการสมาคมครั้งที่ ๒ เป็นประการใด ให้ถือมตินั้นเป็นมติเด็ดขาด
    ในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญ ผู้สมัครจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการสมัครคนละ ๕๐ บาท
    สมาชิกสามัญจะต้องเสียค่าบำรุงสมาคมปีละ ๕๐๐ บาทหรือชำระครั้งเดียวตลอดชีพ ๒,๐๐๐ บาท


ข้อ  ๘  ครู อาจารย์ โรงเรียนอัสสัมชัญปัจจุบันเป็นสมาชิกโดยตำแหน่งไม่ต้องเสียค่าบำรุงและค่าสมัคร แต่ทั้งนี้จะต้องดำเนินการตามข้อ ๗ วรรค ๑ และวรรค ๒ให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนจึงจะถือว่าเป็นสมาชิกสามัญโดยสมบูรณ์

 

ข้อ  ๙   สมาชิกสามัญมีสิทธิดังต่อไปนี้
        ๑)   มีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคมในโอกาสอันควร
        ๒)   มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญและประชุมใหญ่วิสามัญ
        ๓)   มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของสมาคมต่อคณะกรรมการสมาคมหรือ
ที่ประชุมใหญ่
        ๔)   มีสิทธิสอบถามถึงการบริหารงานต่างๆของสมาคม
        ๕)   มีสิทธิใช้สถานที่ของสมาคมโดยเสมอภาคกันเพื่อประโยชน์ในการกีฬา การบันเทิง การพักผ่อนหย่อนใจ หรือเพื่อกิจการอื่นอันสมควรและไม่เป็นการขัดต่อวัตถุประสงค์ของสมาคม
        ๖)   มีสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคม และมีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการสมาคมและมีสิทธิอื่นๆอันเกิดจากการเป็นสมาชิกของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน


ข้อ  ๑๐  สมาชิกกิตติมศักดิ์ย่อมได้รับเกียรติจากสมาคม โดยไม่ต้องชำระค่าจดทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม นอกจากนี้ยังมีสิทธิเช่นเดียวกับสมาชิกสามัญ เว้นแต่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งหรือรับการเลือกตั้งเป็นกรรมการสมาคม


ข้อ  ๑๑  สมาชิกมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
        ๑)    เสียเงินค่าบำรุงสมาคมตามระเบียบของสมาคม
        ๒)   ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสมาคม
        ๓)   ช่วยเหลือและเข้าร่วมในกิจกรรมของสมาคมเพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ของสมาคม


หมวด  ๓
การขาดจากสมาชิกภาพ


ข้อ  ๑๒  สมาชิกภาพสิ้นสุดลงเมื่อ
        ๑)    ตาย
        ๒)   ลาออก
        ๓)   ไม่ชำระค่าบำรุงสมาคม ๒ ปีติดกัน และสมาคมได้มีหนังสือลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับไปเตือนให้ชำระแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง และคณะกรรมการสมาคมมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ


ข้อ  ๑๓  ในการลาออกจากสมาชิกภาพ ให้สมาชิกที่ประสงค์จะลาออกแสดงความจำนงเป็นหนังสือไปยังเลขาธิการและขาดจากสมาชิกภาพเมื่อที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมอนุมัติ


ข้อ  ๑๔  คณะกรรมการสมาคมอาจสั่งลบชื่อสมาชิกออกจากทะเบียนเสียก็ได้ เมื่อสมาชิก
        ๑)   กระทำความผิดถึงต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่การกระทำความผิดนั้นโดยประมาท หรือความผิดฐานลหุโทษ
        ๒)   ประพฤติในทางที่เป็นปฏิปักษ์ต่อวัตถุประสงค์ของสมาคม หรือประพฤติตนในทางที่นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมอย่างร้ายแรง
        ๓)   เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งให้เป็นผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถหรือเป็นคนสาบสูญ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย
    สมาชิกผู้ถูกลบชื่อออกจากสมาคมไม่มีสิทธิที่จะเข้าเป็นสมาชิกอีกจนกว่าจะพ้นกำหนด ๑ ปี นับแต่วันที่ถูกลบชื่อ คำขอสมัครเป็นสมาชิกใหม่ ให้ยื่นต่อเลขาธิการสมาคม และเมื่อได้รับคำขอเช่นนั้นแล้ว ให้เลขาธิการสมาคมส่งเรื่องให้คณะกรรมการสมาคมพิจารณารับหรือไม่รับ ถ้าคณะกรรมการสมาคมพิจารณาแล้วไม่ยอมรับสมาชิกผู้ถูกลบชื่อออกเข้าเป็นสมาชิกอีก คำขอนั้นเป็นอันตกไป แต่สมาชิกผู้นั้นจะยื่นคำขอเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมใหม่อีกครั้งเมื่อพ้นกำหนด ๑ ปี นับแต่วันที่คณะกรรมการสมาคมพิจารณาไม่ยอมรับ
    ในการลบชื่อสมาชิกออกจากสมาคมและในการรับสมาชิกที่ถูกลบชื่อเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม
ใหม่ คณะกรรมการสมาคมจะต้องมีมติเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของคณะกรรมการสมาคมทั้งหมด


หมวด  ๔
คณะกรรมการสมาคม


ข้อ  ๑๕  ให้มีคณะกรรมการทำหน้าที่บริหารงานของสมาคม ประกอบด้วยสมาชิกสามัญจำนวนไม่เกิน ๒๕ คน ทำหน้าที่บริหารงานของสมาคม โดยที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งนายกสมาคมจากสมาชิกสามัญผู้ซึ่งสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคม และมิได้เป็นอาจารย์หรือครูในโรงเรียนอัสสัมชัญ ในขณะที่สมัครรับเลือกตั้ง และเป็นผู้ที่อยู่ในที่ประชุมใหญ่โดยมีสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมรับรองให้สมัครรับเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๒๐ คน หากมีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมตั้งแต่สองคนขึ้นไป ให้ถือเอาผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับคะแนนสูงสุดดำรงตำแหน่งนายกสมาคม


ข้อ  ๑๖  นายกสมาคมมีหน้าที่คัดสรรและแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารงานของสมาคมตามจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๕ ดังนี้
        ๑๖.๑)   ให้ผู้อำนวยการหรืออธิการโรงเรียนอัสสัมชัญ เป็นอุปนายกของสมาคมคนที่ ๑ โดยตำแหน่ง
        ๑๖.๒)   ให้แต่งตั้งอุปนายกสมาคมคนที่ ๒ โดยการคัดสรรจากสมาชิกสมาคมที่ไม่ใช่อาจารย์หรือครูโรงเรียนอัสสัมชัญในปัจจุบัน
        ๑๖.๓)   ให้แต่งตั้งอุปนายกคนที่ ๓ โดยการเสนอแนะของผู้อำนวยการหรืออธิการโรงเรียนอัสสัมชัญ
        ๑๖.๔)   ให้แต่งตั้งกรรมการจำนวน ๗ คน โดยการคัดสรรจากสมาชิกสมาคมที่เป็นอาจารย์หรือครูโรงเรียนอัสสัมชัญปัจจุบัน
        ๑๖.๕)   ให้แต่งตั้งกรรมการจำนวน ๑๐ คน โดยการคัดสรรจากสมาชิกสมาคมที่มิได้เป็นอาจารย์หรือครูโรงเรียนอัสสัมชัญในปัจจุบัน
        ๑๖.๖)   ให้แต่งตั้งกรรมการจำนวน ๔ คน โดยการคัดสรรมาจากตัวแทนผู้ปกครองในระดับชั้นโดยคัดสรรจากตัวแทนผู้ปกครองแผนกประถมจำนวน ๒ คน และจากตัวแทนผู้ปกครองแผนกมัธยมจำนวน ๒ คน ทั้งนี้เกณฑ์ในการคัดสรรให้ถือเอา ณ เวลาคัดสรรที่บุคคลนั้นๆเป็นตัวแทนอยู่


ข้อ  ๑๗  คณะกรรมการบริหารสมาคมมีกำหนดวาระ ๓ ปี
    

ข้อ  ๑๘  ในกรณีที่นายกสมาคมพ้นจากตำแหน่งก่อนที่คณะกรรมการบริหารสมาคมครบกำหนดตามวาระ ให้กรรมการบริหารสมาคมพ้นวาระโดยทันที และถือว่ากรรมการบริหารสมาคมเป็นคณะกรรมการรักษาการโดยให้อุปนายกสมาคมคนที่ ๒ รักษาการนายกสมาคม จนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดใหม่
    ในกรณีที่กรรมการอื่นพ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดตามวาระ ให้นายกสมาคมแต่งตั้งกรรมการโดยการคัดสรรตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๖ เพื่อแทนกรรมการคนที่พ้นตำแหน่งไป


ข้อ  ๑๙  คณะกรรมการสิ้นสภาพดังต่อไปนี้
        ๑๙.๑)   สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งตามข้อ ๑๗
        ๑๙.๒)   ตายหรือลาออก
        ๑๙.๓)   ขาดคุณสมบัติสมาชิกตามที่ระบุในข้อ ๑๔
        ๑๙.๔)   เป็นผู้มีความประพฤติหรือปฏิบัติตนเป็นที่เสื่อมเสียชื่อเสียงของสมาคมและกรรมการสมาคมมีมติให้ออกโดยมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของคณะกรรมการทั้งหมด


ข้อ  ๒๐  คณะกรรมการอาจเชิญสมาชิกสมาคมให้เป็นกรรมการที่ปรึกษา รวมทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการโดยคัดเลือกจากกรรมการหรือสมาชิกสมาคม


ข้อ  ๒๑  กรรมการที่ปรึกษาอยู่ในตำแหน่งเท่าระยะเวลาตามวาระของคณะกรรมการของสมาคมและอนุกรรมการอยู่ในตำแหน่งเท่าที่ภารกิจที่ได้รับมอบหมายสิ้นสุดลงหรือคณะกรรมการมีมติให้สิ้นสุดลง


ข้อ  ๒๒  คณะกรรมการอาจเชิญกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการเข้าร่วมประชุมเพื่อขอข้อเสนอแนะหรือให้ข้อคิดเห็นในที่ประชุม แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงเพื่อลงมติในที่ประชุมได้


ข้อ  ๒๓  คณะกรรมการสมาคมมีอำนาจหน้าที่โดยทั่วไปในการบริหารสมาคมและดูแลงานของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ ระเบียบและมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม เมื่อได้คณะกรรมการครบแล้วให้มีการจัดสรรตำแหน่งต่างๆในระหว่างกรรมการด้วยกัน ดังนี้
        ๒๓.๑)   นายกสมาคม มาจากการเลือกตั้งตามที่ระบุในข้อ ๑๖ มีหน้าที่รับผิดชอบงานทั่วไปของ
สมาคม เป็นประธานในที่ประชุมกรรมการและประชุมใหญ่  ดำเนินการหรือกระทำการใดๆในนามสมาคม
ลงนามเอกสารใดๆในนามสมาคมพร้อมตราประทับสำคัญของสมาคม
        ๒๓.๒)  อุปนายก ช่วยเหลือและกระทำการใดๆแทนนายกสมาคม ในกรณีที่นายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
        ๒๓.๓)  ผู้จัดการ มีหน้าที่บริหารและควบคุมดูแลกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับนโยบายและมติของคณะกรรมการ
        ๒๓.๔)  เลขาธิการ ดูแลงานของสมาคมให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับและตามคำสั่งของนายกสมาคม เตรียมเอกสารเกี่ยวกับการประชุม ควบคุมการบันทึกและเก็บรักษารายงานการประชุมต่างๆ ดูแลและจัดทำงานด้านธุรการของสมาคมทั้งหมด

        ๒๓.๕)  ผู้ช่วยเลขาธิการ ช่วยเหลือและทำหน้าที่แทนเลขาธิการ ในกรณีที่เลขาธิการไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้
        ๒๓.๖)  เหรัญญิก รับผิดชอบด้านการเงิน บัญชีและทรัพย์สินของสมาคมตลอดจนเรียกเก็บค่าสมาชิกและค่าบำรุงจากสมาชิกเมื่อถึงกำหนด
        ๒๓.๗)  ผู้ช่วยเหรัญญิก ช่วยเหลือและทำหน้าที่แทนเหรัญญิกเมื่อเหรัญญิกไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้
        ๒๓.๘)  นายทะเบียน มีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านทะเบียนสมาชิกของสมาคม
        ๒๓.๙)   ผู้ช่วยนายทะเบียน มีหน้าที่ช่วยเหลือและทำหน้าที่แทนนายทะเบียนเมื่อนายทะเบียนไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้
        ๒๓.๑๐) ปฏิคม มีหน้าที่ติดต่อให้การต้อนรับผู้ที่มาติดต่อสอบถาม เชื้อเชิญ ชักชวน ติดต่อผู้มีอุปการะคุณหรือบุคคลใดๆให้การช่วยเหลือ สนับสนุนกิจกรรมของสมาคม ดูแลสำนักงานและอาคารของสมาคมให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยตลอดเวลา
        ๒๓.๑๑) ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่กิจกรรม ชื่อเสียง เกียรติคุณ และการดำเนินงานของสมาคมให้สมาชิก และบุคคลทั่วไปรับทราบและดำเนินการให้สมาคมเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย


ข้อ  ๒๔  ให้นายกสมาคมมีอำนาจจัดจ้างเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานของสมาคม โดยจำนวนและอัตราค่าตอบแทนให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการ


ข้อ  ๒๕  คณะกรรมการสมาคมจะต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละครั้ง เว้นแต่ในกรณีซึ่งนายกสมาคมเห็นว่าในเดือนนั้นๆไม่มีเรื่องสำคัญ หรือรีบด่วนที่จะต้องเรียกประชุมคณะกรรมการสมาคมก็ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งงดการประชุม สำหรับเดือนนั้นๆได้
    กรรมการสมาคมจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คน มีสิทธิเรียกร้องขอให้มีการประชุมคณะกรรมการสมาคมเพื่อพิจารณาข้อเสนอใดๆก็ได้ และนายกสมาคมจะต้องจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการสมาคมตามคำร้องขอนั้นภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันได้รับคำร้องขอดังกล่าว


ข้อ  ๒๖  การประชุมคณะกรรมการสมาคมทุกครั้งต้องมีกรรมการสมาคมมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงถือเป็นองค์ประชุม
    มติของที่ประชุม คณะกรรมการสมาคมให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ เว้นแต่ที่ได้มีบัญญัติไว้เป็น
อย่างอื่น
    กรรมการสมาคมคนหนึ่งมีสิทธิออกเสียงเพียง ๑ คะแนน กรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากันประธานที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมออกเสียงชี้ขาดได้อีก ๑ คะแนน
    การออกเสียงลงคะแนน ในที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมให้ใช้วิธีชูมือ เว้นแต่กรรมการสมาคมไม่น้อยกว่า ๓ คน ร้องขอให้ลงคะแนน

 

หมวด  ๕
การบริหารงาน การเงิน และการบัญชี


ข้อ  ๒๗  หนังสือสัญญาหรือนิติกรรมนั้นๆไม่เป็นการขัดกับวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติและระเบียบของสมาคมและมีนายกสมาคม กับกรรมการสมาคมอีกอย่างน้อยสองนายลงนาม พร้อมกับประทับตราสมาคม

 

ข้อ  ๒๘  การเงินของสมาคมให้ดำเนินการไปตามที่คณะกรรมการสมาคมเห็นสมควร และให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการสมาคม


ข้อ  ๒๙  เงินของสมาคมให้ฝากไว้กับธนาคารใดธนาคารหนึ่ง หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่มั่นคงที่คณะกรรมการสมาคมเห็นสมควรในนามของสมาคม
    ถ้าคณะกรรมการสมาคมเห็นสมควรจะให้นำเงินไปซื้อพันธบัตรของรัฐบาลหรือสลากออมสินในนามของสมาคมก็ได้


ข้อ  ๓๐  นายกสมาคมมีอำนาจจ่ายเงินของสมาคมในนามของสมาคมได้ไม่เกินครั้งละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมฯ


ข้อ  ๓๑  ให้เหรัญญิกจัดให้มีสมุดบัญชีทางการเงินของสมาคม พร้อมด้วยหลักฐานและใบสำคัญในการรับและจ่ายเงินให้ถูกต้องตามหลักวิชาการบัญชี หลักฐานและใบสำคัญในการรับจ่ายเงินทุกฉบับ เหรัญญิกจะต้องเก็บรักษาไว้ให้เรียบร้อยครบถ้วนเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี เพื่อการตรวจสอบ


ข้อ  ๓๒  ให้ที่ประชุมใหญ่แต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต ซึ่งมิใช่กรรมการของสมาคมเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของสมาคม ๑ คน


ข้อ  ๓๓  การสั่งจ่ายเงินจากธนาคารเงินฝากของสมาคม หรือจากหลักทรัพย์อื่นๆของสมาคม เมื่อได้รับอนุมัติตามข้อ ๓๐ แล้ว ให้นายกหรืออุปนายกคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ลงมือชื่อร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้รักษาการแทนเหรัญญิกอีกคนหนึ่ง


ข้อ  ๓๔  ให้เหรัญญิกจัดทำบัญชีและงบดุลประจำปีของสมาคมเสนอต่อคณะกรรมการแล้วให้ผู้ตรวจสอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต ตรวจสอบและรับรอง เพื่อเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี


ข้อ  ๓๕  ให้เหรัญญิกมีสิทธิเก็บรักษาเงินสดไว้ได้ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท เพื่อสะดวกแก่การจ่ายในกิจการประจำตามปกติก็ได้


หมวด  ๖
การประชุมใหญ่


ข้อ  ๓๖  ให้นายกสมาคมจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีละครั้งตามวันเวลา และสถานที่ซึ่งคณะกรรมการสมาคมจะได้กำหนด


ข้อ  ๓๗  องค์ประชุมใหญ่ประกอบด้วยสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน จึงจะถือว่าเป็นองค์ประชุม

    การประชุมใหญ่คราวใดสมาชิกไม่ครบองค์ประชุมให้คณะกรรมการสมาคมเรียกประชุมอีกครั้งหนึ่งภายในกำหนด 14 วัน  นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก  การประชุมครั้งหลังนี้ไม่บังคับว่าจำต้องครบองค์ประชุม


ข้อ  ๓๘  มติของที่ประชุมให้ถือตามเสียงข้างมาก  หากคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุม  เป็นผู้ชี้ขาด


ข้อ  ๓๙  กิจการที่จะพึงกระทำในการประชุมใหญ่สามัญ มีดังต่อไปนี้
        ๑)  รับรองรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว
        ๒)  คณะกรรมการสมาคมแถลงผลงาน
        ๓)  พิจารณารับรองงบดุล
        ๔)  เลือกตั้งคณะกรรมการสมาคม เมื่อถึงกำหนดออกตามวาระ
        ๕)  เลือกตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีประจำปี
        ๖)  เรื่องอื่นๆ


ข้อ  ๔๐  การประชุมใหญ่วิสามัญจะกระทำได้ต่อเมื่อคณะกรรมการสมาคมเห็นสมควรหรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐ คน ลงชื่อร้องขอเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการสมาคม ก็ให้คณะกรรมการสมาคมจัดการประชุมใหญ่ตามที่ร้องขอภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอนั้น
    การประชุมใหญ่วิสามัญให้ถือองค์ประชุมเช่นเดียวกันกับประชุมใหญ่สามัญ


ข้อ  ๔๑  ในการประชุมใหญ่ทุกครั้ง นายกหรืออุปนายกของสมาคมเป็นประธานที่ประชุมและเลขาธิการของสมาคม เป็นเลขานุการเพื่อจดรายงานการประชุม
    หากที่ประชุมใหญ่ได้มีมติอย่างใดแล้วให้ถือว่าเป็นข้อผู้พันที่คณะกรรมการสมาคมจะต้องปฏิบัติตาม


ข้อ  ๔๒  หนังสือเรียกประชุมใหญ่ทุกคราวให้ส่งไปยังสมาชิกก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า ๑๕ วันในหนังสือนั้นให้ระบุสถานที่ วัน เวลา และระเบียบวาระด้วย


ข้อ  ๔๓  ในการประชุมใหญ่ สมาชิกสามัญมีสิทธิออกเสียงคนละหนึ่งเสียงเท่านั้น
    การออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกเป็นสิทธิเฉพาะตัวจะแต่งตั้งตัวแทนไม่ได้เว้นแต่คู่สมรสของบุคคลตามข้อ ๖ ๒) เท่านั้น


ข้อ  ๔๔  การออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ใช้วิธีชูมือ เว้นแต่สมาชิกที่เข้าประชุมและมีสิทธิออกเสียงจำนวนเกินกว่า ๑ ใน ๓ ร้องขอให้ลงคะแนนลับ


หมวด  ๗
การแก้ไขข้อบังคับ

 

ข้อ  ๔๕  การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของสมาคมและการตราข้อบังคับของสมาคมขึ้นใหม่จะทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียง ๒ ใน ๓ ของสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนซึ่งเข้าประชุม
    ให้คณะกรรมการสมาคมส่งร่างข้อบังคับที่ขอแก้ไขไปพร้อมกับหนังสือเรียกประชุมด้วย

 

หมวด  ๘
การเลิกสมาคม


ข้อ  ๔๖  สมาคมนี้จะเลิกโดยมติของที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด


ข้อ  ๔๗  เมื่อสมาคมเลิกและได้ชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใดให้ตกเป็นของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปใช้ประโยชน์แก่สวัสดิการครูและกิจการของโรงเรียนอัสสัมชัญ


หมวด  ๙
บทเฉพาะกาล


ข้อ  ๔๘  ข้อบังคับนี้ให้มีผลบังคับต่อไปจนกว่าข้อบังคับใหม่จะมีผลใช้บังคับ


                    ลงชื่อ …………………………………………….ผู้จัดทำข้อบังคับ
                        (ศาสตราจารย์ ดร.เกื้อ      วงศ์บุญสิน )

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2016 เวลา 11:57 น.